WowGadget.TV

Gadget,Robot,Games,Toys,Tech

แค่กดคีย์บอร์ดก็ไม่ปลอดภัย!!!

จำได้ว่า เคยอ่านข่าวเมื่อหลายปีก่อน ที่มีชายคนหนึ่งต้องตกตะลึงกับคอมพิวเตอร์ของเขาที่เปิดขึ้นทำงานขณะสแตนด์บาย โดยที่หน้าจอเป็นหน้าเอกสารว่างของไมโครซอฟท์เวิร์ดที่ถูกเปิดทิ้งไว้ก่อนหน้านี้ ทันใดนั้นก็มีข้อความค่อยๆ ถูกพิมพ์ให้ปรากฎขึ้นมาทีละตัว เขารู้สึกกลัวมาก อากาศรอบตัวเย็นจนผิดปกติ แต่ก็ฝืนความรู้สึกด้วยการตั้งใจอ่านข้อความที่ค่อยๆ ปรากฎขึ้นมาจนจบ ซึ่งพบว่า มันคือ “จดหมายลาออก” แต่ที่น่าขนลุกกว่านั้นก็คือ ลงท้ายชื่อผู้พิมพ์กลับเป็นชื่อของลูกน้องเขาเอง…
ก่อนที่คุณผู้อ่านจะคิดเลยเถิดจินตนาการกันไปไกลกว่านี้ ผมขอเฉลยดีกว่าครับ ความจริงเรื่องเล่าดังกล่าวไม่ได้เป็นปรากฎเหนือธรรมชาติแต่อย่างใด หากเป็นเพราะข้อผิดพลาดของคีย์บอร์ดไร้สายที่ลูกน้องของเขาใช้พิมพ์จดหมายลาออกบนเครื่องของตนเอง ดันส่งสัญญาณไปเข้าเครื่องของชายผู้นี้ ซึ่งเป็นเจ้านายของเขาพอดี ข่าวนี้จบลงด้วยการที่ลูกน้องกับเจ้านายได้ปรับความเข้าใจกัน ในขณะที่ผู้ผลิตพีซีรุ่นดังกล่าวต้องเรียกคืนคีย์บอร์ดไร้สายเจ้าปัญหากลับมาแก้ไข

แหม..เกริ่นซะยาว เผอิญเรื่องที่จะเล่าให้ฟังต่อไปนี้มันทำให้นึกถึงเรื่องราวข้างต้นพอดี คราวนี้อยากให้ลองนึกเปลี่ยนตัวละคอนดูนะครับ สมมติว่า หากคนหนึ่งเป็นผู้ใช้เน็ตที่กำลังกรอกชื่อบัญชีผู้ใช้และรหัสผ่าน เพื่อเข้าไปดูข้อมูลการเงินใน Online Banking ส่วนอีกฟากหนึ่งเป็นแฮคเกอร์ ที่กำลังนั่งดูชื่อบัญชีผู้ใช้ และพาสเวิร์ด ซึ่งค่อยๆ โผล่ขึ้นมาอย่างช้าๆ งานนี้คงไม่จบแบบแฮปปี้เอ็นดิ้งหรอกนะครับ

เป็นที่ทราบกันดีว่า แฮคเกอร์สามารถดักจับคลื่นสัญญาณวิทยุจากคีย์บอร์ดไร้สาย เพื่อตรวจสอบข้อมูลที่พิมพ์ได้อย่างง่ายดาย ถ้าอย่างนั้น คีย์บอร์ดธรรมดาที่มีสาย รวมถึงคีย์บอร์ดของโน้ตบุ๊กก็น่าจะปลอดภัยนะสิ!!! เสียใจครับที่จะต้องบอกว่า ไม่จริงเลย เพราะนักวิจัยจากห้องปฏิบัติการรหัสสัญญาณและระบบรักษาความปลอดภัยของสถาบัน EPFL ที่กรุงโลซานน์ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ได้สาธิตการถอดรหัสการกดคีย์บอร์ดต่างๆ กันถึง 12 แบบ(คีย์บอร์ดทั่วไป 11 ตัว + คีย์บอร์ดโน้ตบุ๊ก)ที่มีการจำหน่ายในท้องตลาดตั้งแต่ปี 2001 ด้วยการดักจับรูปแบบสัญญาณของแม่เหล็กไฟฟ้าที่เกิดขึ้นจากการกดแป้นพิมพ์แต่ละตัวบนคีย์บอร์ด ทั้งนี้การลักลอบกระทำดังกล่าวไม่ต้องมีการนำอุปกรณ์ไปเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ด หรือระบบของเหยื่อแต่อย่างใด พูดง่ายๆ ก็คือ เป็นการลักลอบแบบไร้สายนั่นเอง โดยเครื่องสแกนแม่เหล็กไฟฟ้าที่ใช้สามารถอ่านค่าจากระยะห่างถึง 65 ฟุต (19.5 เมตร) แถมยังอ่านค่าทะลุผ่านกำแพงได้อีกด้วย

 

Leave a Reply